นัดพบแพทย์

การรับบริจาควัคซีนในสตรีทั่วไป

11 Aug 2016 เปิดอ่าน 333

การรับบริการฉีดวัคซีนเป็นการดูแลสุขภาพขั้นปฐมภูมิ เพื่อป้องกันการติดเชื้อ เป็นการดูแลสุขภาพที่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อตนเองและมีความคุ้มค่าด้านเศรษฐกิจ สังคม และการสาธารณสุข ความสามารถในการลดการเกิดโรคที่สามารถป้องกันได้ด้วยการรับบริการฉีดวัคซีน สามารถช่วยลดการแพร่กระจายและการระบาดของโรคติดเชื้อบางชนิดที่รุนแรงได้ นอกจากนี้ภูมิคุ้มกันที่เกิดขึ้นหากได้รับบริการฉีดวัคซีนขณะตั้งครรภ์อย่างเหมาะสมครบถ้วนและถูกต้อง อาจผ่านต่อจากแม่สู่ลูกทางรกไปก่อให้เกิดภูมิคุ้มกันยังทารกในครรภ์

Influenza vaccine

โรคไข้หวัดใหญ่ระบาดในแต่ละปีส่งผลกระทบถึงความเสียหายต่อสุขภาพของสตรีและคนใกล้ชิดปีละมากมาย โรคไข้หวัดใหญ่เกิดจากการได้รับเชื้อ Influenza virus ผ่านทางระบบทางเดินหายใจโดยการไอ จาม เกิดการแพร่ระบาดได้อย่างง่ายดายและกว้างขวาง อาการทางคลินิกที่พบได้แก่ อาการปวดเมื่อยตามกล้ามเนื้อและลำตัว ปวดศีรษะรุนแรงต่อมามีอาการไข้ ไอ เจ็บคอ อุบัติการณ์การเกิดภาวะแทรกซ้อนจากไข้หวัดใหญ่รุนแรงและเพิ่มขึ้นทุกปี โดยเฉพาะในกลุ่มสตรีตั้งครรภ์ วัคซีนไข้หวัดใหญ่ที่ใช้กันในปัจจุบันมี 2 ชนิด

กล่าวคือชนิดเชื้อเป็นและชนิดเชื้อตาย ซึ่งจะให้โดยการฉีดเข้ากล้ามบริเวณต้นแขน การระบาดหรือแพร่กระจายของโรคไข้หวัดใหญ่มีการเปลี่ยนแปลงทุกปีตามเชื้อไวรัสสายพันธุ์ที่มีการระบาด การรับบริการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ในสตรีตั้งครรภ์จะสามารถช่วยลดอัตราการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ต่าง ๆ ในทารกแรกเกิดหลังคลอด เพราะมีการส่งผ่านของภูมิต้านทานจากแม่สู่ลูก
..........................................................................................................

Tetanus toxoid, reduced diphtheria toxoid and acellular pertussis (Tdap) vaccine

บาดทะยักในทารกแรกเกิดยังเป็นสาเหตุการสียชีวิตที่สามารถป้องกันได้โดยการฉีดวัคซีนเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่สตรีตั้งครรภ์ บาดทะยักเกิดจาก toxin ของเชื้อ Clostridium tetani ซึ่งพบได้ทั่วไปในสภาวะแวดล้อมและสามารถก่อให้เกิดการติดเชื้อทางบาดแผลทั่วร่างกาย ทำให้มีอาการชักเกร็งรุนแรง จนอาจเสียชีวิตได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในทารกแรกเกิด โรคคอตีบเกิดจากการติดเชื้อ Corynebacterium diphtheria ซึ่งติดต่อผ่านทางการหายใจ ไอจามรดกัน มีการสร้าง Toxin ที่ทำให้มีการอักเสบอย่างรุนแรงบริเวณทางเดินหายใจส่วนบน จนอาจทำให้เกิดช่องทางเดินหายใจตีบตัน เช่น บริเวณกล่องเสียง เป็นต้น และ Toxin สามารถดูดซึมเข้าสู่กระแสโลหิตทำลายกล้ามเนื้อหัวใจก่อให้เกิดการอักเสบนำไปสู่ภาวะหัวใจล้มเหลวได้ ส่วนภาวะไอกรนเกิดจากการติดเชื้อ Bordetella pertussis ซึ่งติดต่อทางการหายใจเช่นกัน ผู้ป่วยจะมีอาการไอแห้ง ๆ รุนแรงเป็นเวลานาน ในทารกแรกเกิดหรือเด็กที่อายุน้อยกว่า 4 ปี ภาวการณ์ไออาจรุนแรงจนหยุดหายใจและนำไปสู่การเสียชีวิตได้

บาดทะยัก คอตีบและไอกรน สามารถป้องกันได้ด้วยการรับบริการฉีดวัคซีน ควรได้รับข้อมูลและคำแนะนำที่ถูกต้องจากแพทย์และพยาบาลก่อนรับบริการฉีดวัคซีนดังกล่าว เพื่อประโยชน์สูงสุดในการสร้างภูมิคุ้มกัน
..........................................................................................................

Hepatitis B vaccine

การติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี ถือเป็นภัยเงียบที่คร่าชีวิตผู้ติดเชื้อปีละมากมาย เพราะการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีเรื้อรัง นำไปสู่ภาวะตับแข็ง มะเร็งตับ ภาวะตับวายและเสียชีวิตในที่สุด การติดเชื้อดังกล่าวผ่านทางการสัมผัสเลือด ผลิตภัณฑ์ของเลือดเช่น น้ำเหลือง หรือสิ่งคัดหลั่งที่มีเชื้อไวรัสดังกล่าว เช่น ติดเชื้อผ่านการมีเพศสัมพันธ์ การใช้เข็มหรือของมีคมร่วมกัน และการติดเชื้อางมารดาสู่ทารก

วัคซีนสำหรับป้องกันไวรัสตับอักเสบบีผลิตโดย recombinant DNA technology ให้ฉีดเข้ากล้าม 3 ครั้ง ที่ 0, 1 เดือน และ 6 เดือน โดยไม่มีข้อบ่งห้ามของการให้วัคซีนสำหรับป้องกันไวรัสตับอักเสบบีในสตรีตั้งครรภ์ กรณีที่สตรีตั้งครรภ์เป็นพาหะของไวรัสตับอักเสบบี นอกเหนือจากวัคซีนแล้ว ทารกแรกเกิดควรได้รับ Hepatitis B immune globulin (HBIG) ร่วมด้วย ซึ่งหากให้ภายใน 12 ชั่วโมงหลังคลอดจะช่วยลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อในทารกกว่าร้อยละ 95
..........................................................................................................

HPV vaccine

เป็นนวัตกรรมในการป้องกันการติดเชื้อไวรัส HPV สายพันธุ์ ที่มีความเสี่ยงสูง เช่น สายพันธุ์ 16,18 ก่อให้เกิดโรดมะเร็งปากมดลูก มะเร็งช่องคลอด มะเร็งปากช่องคลอด มะเร็งทวารหนัก มะเร็งกล่องเสียง เป็นต้น สายพันธุ์ 6,11 ก่อให้เกิดหูดหงอนไก่บริเวณอวัยวะเพศทั้งชายและหญิง วัคซีนป้องกันการติดเชื้อไวรัส HPV มีจำหน่ายในประเทศไทย 2 ชนิด คือ วัคซีนป้องกันการติดเชื้อไวรัส HPV แบบ 4 สายพันธุ์ และแบบ 2 สายพันธุ์ ต้องได้รับบริการฉีดวัคซีนทั้งหมด 3 ครั้ง (0, 1-2 เดือน และ 6 เดือน) ควรฉีดให้ครบทั้ง 3 เข็ม เพื่อประสิทธิภาพในการป้องกันการติดเชื้อและก่อให้เกิดโรคอย่างสูงสุด การฉีดจะฉีดบริเวณต้นแขนเข้าสู่กล้ามเนื้อ จากข้อมูลทางการแพทย์ยังไม่พบผลข้างเคียง อาการแพ้วัคซีนที่รุนแรงและยังไม่มีความจำเป็นต้องฉีดกระตุ้น หลังการฉีดครบทั้ง 3 เข็ม

 

* ขอบคุณข้อมูลจาก : http://www.lovelifeprotection.com/othervaccine