นัดพบแพทย์

เรื่องเจ็บอกสัญญาณอันตรายถึงชีวิต

16 Sep 2016 เปิดอ่าน 451

ปัจจุบันมีคนไทย จำนวนไม่น้อยที่ต้องสูญเสียชีวิตจากอาการเจ็บหน้าอก ซึ่งหลายคนเข้าใจเอาเองว่า อาการเจ็บหน้าอกนั้น เป็นอาการที่เกี่ยวกับโรคหัวใจเพียงอย่างเดียว แท้จริงแล้วอาการเจ็บหน้าอกนั้นยังมีสาเหตุที่เกี่ยวกับโรคอื่น ๆ ซึ่งมีผลต่อระบบภายในหน้าอกของเราอีกด้วย เช่น โรคที่เกี่ยวกับปอด กล้ามเนื้อกระดูกอักเสบ กระดูกอ่อนมีความผิดปรกติ และระบบทางเดินอาหารทำงานหนักเกินไป ก็ส่งผลให้มีอาการเจ็บหน้าอกได้เช่นกัน

  แพทย์หญิงธัญญรัตน์ อร่ามเสรีวงศ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับโรคทรวงอก โรงพยาบาลปิยะเวท กล่าวถึงสาเหตุของอาการเจ็บหน้าอกว่า มีสาเหตุมาจาก 2 ปัจจัยด้วยกัน คือ

      1.ปัจจัยภายนอก เช่น เจ็บหน้าอก จากการที่กล้ามเนื้อกระดูกและกล้ามเนื้อกระดูกอ่อนอักเสบ ก็จะส่งผลให้เจ็บหน้าอกได้ เนื่องจากว่าเลือดที่ไหลเวียนในร่างกายเรานั้นไม่สามารถไหลไปที่หน้าอกได้สะดวก จึงทำให้รู้สึกจุกเสียด หรือเจ็บหน้าอก เมื่ออาการเหล่านี้หายอาการเจ็บหน้าอกของเราก็จะหายเองได้
       
       2.ปัจจัยภายใน ที่ส่งผลให้มีอาการจุกเสียดหน้าอก ก็คือหลอดเลือดหัวใจตีบ ซึ่งเกิดจากการที่มีไขมันเกาะที่ผนังหลอดเลือดหัวใจ ทำให้เลือดไปเลี้ยงหัวใจไม่พอ หรือการมีลิ่มเลือดไปอุดตันที่ปอด ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้เจ็บหน้าอกได้เช่นกัน
       
       ส่วนสาเหตุที่ลิ่มเลือดไปอุดตันที่ปอด เกิดจากการที่เรานั่งหรือโดยสารบนเครื่องบินนาน ๆ หรือนั่งรถเป็นเวลานาน ก็จะส่งผลให้เลือดที่ไหลนั้นไม่สามารถไหลได้ทั่วร่างกาย เนื่องจากขาไม่ได้เหยียดตรง จึงทำให้ก้อนเลือดที่มีอยู่ในร่างกายของเราแตกสลายกลายเป็นลิ่มเลือดไปอุดตันที่ปอดได้ ซึ่งถ้ามีอาการทั้งสองอย่างนี้แล้วไม่รีบไปพบแพทย์เพื่อทำการรักษาก็อาจจะทำให้เสียชีวิตได้
       
       อาการเจ็บหน้าอกที่เกิดจากปัจจัยภายนอกนั้น เราสามารถรักษาให้หายขาดได้ถ้ามีการวินิจฉัยอาการของโรคได้อย่างรวดเร็ว แต่อาการของโรคที่เกี่ยวกับปัจจัยภายในนั้นเป็นอาการที่ส่งผลอันตรายถึงชีวิตของเราได้ ถ้ารักษาไม่ทันท่วงที

    อาการเจ็บหน้าอกที่อันตรายที่สุดถ้าไม่รีบรักษาและอาจส่งผลให้เสียชีวิตได้ คือโรคหัวใจตีบ ซึ่งเกิดจากการที่มีไขมันเกาะตามผนังหลอดเลือดหัวใจ ทำให้หลอดเลือดตีบลง เลือดจึงไม่สามารถไปเลี้ยงหัวใจได้เพียงพอ และมีลิ่มเลือดอุดตันจึงทำให้เกิดภาวะหัวใจวาย ซึ่งก็เป็นสาเหตุของการเสียชีวิตเป็นอันดับหนึ่ง

    อาการของโรคหลอดเลือดตีบก็จะมีอาการต่าง ๆหลายประการแต่อาการที่สำคัญของโรคนี้ก็คือ จะมีอาการปวดแน่นจุดเสียดที่หน้าอกเจ็บหน้าอกเหมือนมีอะไรมาทับ และมีอาการเจ็บอยู่ตลอดเวลา และเจ็บเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ จนถึงขั้นหมดสติและดับวูบไปทันที มีข้อแนะนำสำหรับคนที่มีอาการเจ็บหน้าอกตามข้างต้นนี้ ควรที่จะรีบไปพบแพทย์ทันที เนื่องจากว่าอาการดังกล่าวควรได้รับการรักษาภายใน 3 ชั่วโมง ถ้ามาพบแพทย์หลังเกิดอาการเกินกว่า 12 ชั่วโมงกล้ามเนื้อหัวใจอาจถูกทำลายแบบกู่ไม่กลับก็ได้
       
       ในเรื่องของการวินิจฉัยอาการของโรคเจ็บหน้าอกนั้น ปัจจุบันด้วยวิทยาการทางการแพทย์ที่ทันสมัย ได้ใช้การวินิจฉัยโดยใช้เครื่องมือ “Chest Pain Center” เป็นเครื่องมือที่ใช้วินิจฉัยผู้ป่วยที่มีอาการเจ็บแน่นหน้าอก ว่ามีสาเหตุมาจากอะไร และเป็นโรคอะไรนั้น นายแพทย์ ไพโรจน์ ฤกษ์พัฒนาพิพัฒน์ แพทย์ประจำสถาบันหัวใจเพอร์เฟดต์ฮาร์ท โรงพยาบาลปิยะเวท กล่าวว่าเครื่องมือตัวนี้จะมีประสิทธิภาพในเรื่องของการวินิจฉัยโรคได้อย่างแม่นยำ และมีความรวดเร็ว โดยจะใช้เวลาเพียงแค่ 5 นาทีก็สามารถวินิจฉัยได้แล้ว และสามารถทำให้มีการรักษาได้ตรงกับโรค ในเรื่องของการรักษานั้นทางแพทย์จะทำการเปิดเส้นเลือดหัวใจ เพื่อทำการสลายลิ่มเลือดที่เกาะอยู่ผนังหลอดเลือด หลังจากนั้นแพทย์ก็จะใช้การรักษาโดยให้ยาร่วมด้วย
       
       ต้องไม่ลืมว่าในปัจจุบันนี้มีผู้ป่วยเสียชีวิตจากโรคที่มีอาการเจ็บหน้าอกเป็นอัตราเฉลี่ยเพิ่มขึ้นทุกปี อาจจะเป็นเพราะว่าสังคมปัจจุบันนี้ต้องคอยกระตุ้นและกดดันให้ทุกคนต่างก็เร่งรีบจนไม่มีเวลาดูแลสุขภาพตัวเอง ดังนั้น วิธีการดูแลรักษาสุขภาพตัวเองอย่างง่าย ๆ ที่ พ.ญ.ธัญญรัตน์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านทรวงอกได้แนะนำไว้ คือ
       

       1.ควรรักษาสภาพจิตใจและอารมณ์ของเราให้คงที่ ถ้ามีอาการดีใจ เสียใจ วิตกกังวล หรือเศร้ามากจนเกินไป ก็จะส่งผลให้มีการบีบรัดที่หน้าอกของเราได้ เพราะโรคทางหน้าอกนั้นเป็นโรคที่ผู้ป่วยมักจะมีอาการเครียด หรือโกรธมากจนเกินไป โดยวิธีที่รักษาสภาพจิตใจได้ผลดีที่สุดก็คือการนั่งสมาธิทุกคืนก่อนนอนวัน 5 นาที เพียงเท่านี้จิตของเราก็มีสมาธิได้

       
       2.การรับประทานอาหาร ควรรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ หลีกเลี่ยงอาหารที่ไม่ถูกสุขลักษณะ เช่น มันฝรั่งทอด เป็นต้น รวมทั้งอาหารที่มีไขมันมากเกินไป หรืออาหารที่มีคอเลสเตอรอล และที่สำคัญควรจะต้องรับประทานอาหารให้เป็นเวลา ไม่ควรรับประทานอิ่มจนเกินไป เพราะกระเพาะของเราจะต้องทำงานหนักเพิ่มขึ้นทำให้การย่อยอาหารทำงานไม่ปรกติ จึงส่งผลให้มีอาการจุกเสียดที่หน้าอกได้
       
       3.การออกำลังกาย ทุกคนควรจะหาโอกาสออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยอาทิตย์ละ 3 วันโดยออกกำลังกายวันละประมาณ 30 นาที เป็นอย่างต่ำก็จะสามารถทำให้เรามีภูมิคุ้มกันโรคที่ดีได้
       ถึงแม้ว่าปัจจุบันนี้จะมีวิทยาการทางแพทย์ที่ทันสมัยและก้าวหน้ามากเพียงใดก็ตาม ก็คงจะเป็นเพียงแค่กระบวนการรักษาเพื่อไม่ให้โรคมีอาการที่หนักขึ้นเท่านั้น ดังนั้น วิธีการป้องกันตนเพื่อไม่ให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บก่อนเวลาอันสมควร จึงเป็นวิธีที่ดีที่สุด เพราะเงินเป็นจำนวนมากก็ไม่สามารถซื้อชีวิตของเราได้ ดังคำกล่าวที่ว่า อโรคยา ปรมา ลาภา ความไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ

* ขอบคุณข้อมูลจาก : http://www.manager.co.th/QOL/ViewNews.aspx?NewsID=9490000042555